ดาวเทียมไทยคม ดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ
ดาวเทียมไทยคม (Thaicom) เป็นชื่อของดาวเทียมสื่อสาร ที่ดำเนินการจัดส่งขึ้นสู่วงโคจร ให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม และบริหารโครงการโดยบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยได้รับสัมปทานจากกระทรวงคมนาคม เมื่อ พ.ศ. 2534 เป็นระยะเวลา 30 ปี (ปัจจุบันอำนาจการดูแลสัญญานี้ได้ถูกโอนไปอยู่ภายใต้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
องค์ประกอบหลักของดาวเทียมไทยคม
ดาวเทียมไทยคม รุ่น HS-376 ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์สำหรับส่งสัญญาณที่เรียกว่า "ทรานสพอนเดอร์" (Transponders) จำนวน 12 ทรานสพอนเดอร์ แบ่งเป็นความถี่ย่าน C-Band จำนวน 2 ทรานสพอนเดอร์ : มีพื้นที่ บริการครอบคลุมเฉพาะประเทศไทย และในภูมิภาคใกล้เคียงเฉพาะเขตภูมิภาคอินโดจีน
ประโยชน์ของดาวเทียมไทยคม
ดาวเทียมไทยคมมีข้อได้เปรียบกว่าดาวเทียมดวงอื่นๆ ที่ประเทศไทยใช้อยู่คือ มีความแรงของสัญญาณเหมาะสมกับประเทศไทยเป็นพิเศษ และเป็นดาวเทียมดวงเดียวในภูมิภาคนี้ที่มีความถี่ย่าน Ku-Band ประโยชน์ของดาวเทียมไทยคม แบ่งได้ดังนี้
ด้านโทรทัศน์
สถานีแม่ข่ายสามารถส่งรายการผ่านดาวเทียม ไปยังสถานีเครือข่ายหรือสถานีทวนสัญญาณ เพื่อออกอากาศแพร่ภาพต่อในเขตภูมิภาค สามารถทำการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมได้โดยอุปกรณ์เคลื่อนที่
ด้านวิทยุกระจายเสียง
สามารถถ่ายทอดสัญญาณไปมาระหว่างสถานีวิทยุจากภูมิภาคที่ห่างไกลกัน เพื่อรวบรวมข่าวสาร รวมทั้งแพร่สัญญาณถ่ายทอดต่อ ณ สถานีทวนสัญญาณ
ด้านโทรศัพท์
สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายโทรศัพท์จากชุมสายต่างๆ เข้าด้วยกัน สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับเครือข่ายโทรศัพท์ ทำให้การสื่อสารสะดวก สามารถส่งผ่านได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพ
ดาวเทียมไอพีสตาร์
ดาวเทียมไอพีสตาร์ เป็นดาวเทียมรุ่น LS1300-SX ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ ให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมที่ใช้เทคโนโลยีรับส่งสัญญาณดิจิตอลได้ทั้งข้อมูล ภาพ และเสียงในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล มีจำนวนช่องสัญญาณรวม 94 บีม สมรรถนะในการส่งสัญญาณ 45 กิกะบิตต่อวินาที มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมพื้นที่เอเชียและแปซิฟิก 14 ประเทศตั้งแต่อินเดียถึงประเทศนิวซีแลนด์ ดาวเทียมไอพีสตาร์ สร้างโดยบริษัท สเปซ ซิสเต็ม ลอรัล ประเทศสหรัฐอเมริกาไอพีสตาร์ สร้างโดย Space System/Loral พาโล อัลโต สหรัฐอเมริกา เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ความเร็ว 45 Gbps เป็นดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ มีน้ำหนักมากที่สุด ถึง 6486 กิโลกรัม และทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ไอพีสตาร์ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 มีอายุการใช้งานประมาณ ตำแหน่ง: 0°0′N 120°0′E
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียม “ไทพัฒ” มีขนาด 35 x 35 x 60 ซม3 น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม โคจรรอบโลกเป็นแบบวงโคจรต่ำ (Low earth orbit) มีความสูงเฉลี่ยจากผิวโลก 815 กิโลเมตร ในแนวที่ผ่านขั้วโลกเหนือและ ใต้ การโคจรแต่ละรอบใช้เวลา 101.2 นาที ทำให้โคจรรอบโลกได้วันละ 14.2 ครั้ง แต่ละครั้งของการโคจรจะผ่านเส้นแวงที่เลื่อนออกไปประมาณ 25 องศา ทำให้ดาวเทียมไทพัฒมีการโคจรผ่านทุกพื้นที่ในโลก และจะผ่านประเทศไทยทุกวันเวลาประมาณ 8.30-12.30 น. 2-3 ครั้ง และเวลา 20.30-00.30 น. 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งมีเวลาให้สถานีภาคพื้นดินติดต่อ กับดาวเทียมประมาณ 17 นาที
อุปกรณ์เครื่องมือที่เป็น Payload สำคัญของดาวเทียมไทพัฒมีดังต่อไปนี้
- กล้องถ่ายภาพมุมกว้างซึ่งสามารถถ่ายภาพในย่านแสงใกล้อินฟราเรด (Near Infrared)
- กล้องถ่ายภาพมุมแคบ 3 กล้อง แต่ละกล้องถ่ายภาพในย่านแสงสีแดง เขียว และใกล้อินฟราเรด
- กล้องถ่ายวิดีโอแบบ CCD ซึ่งใช้ถ่ายภาพต่อเนื่องสำหรับการศึกษาภาพเคลื่อนไหว
หน้าที่ของดาวเทียมไทพัฒ
- ระบบ GPS (Global Positioning System) ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลกที่ดาวเทียมไทพัฒ โคจรอยู่เหนือตำแหน่งนั้น บอกความสูงของดาวเทียมเหนือระดับน้ำทะเล
- ระบบสื่อสารข้อมูล เป็นระบบที่จะรับข้อมูลที่ส่งขึ้นไปจากพื้นโลก เมื่อโคจรผ่านไปยังบริเวณต่างๆ ของโลก ดาวเทียมจะส่งข้อมูลมาว่า มีข้อมูลที่จะส่งถึงผู้ใด ถ้าเป็นที่ต้องการ ดาวเทียมก็จะส่งข้อมูลลงมาให้
- ระบบประมวลสัญญาณแบบดิจิตอล (DIGITAL SIGNAL PRO- CESSING) หรือ DGS เป็นระบบที่ใช้ในการศึกษาวิเคราะห์ภาพถ่ายบนดาวเทียม และสามารถใช้ในการ วิเคราะห์สัญญาณที่ตรวจจับได้จากพื้นโลก อันจะมีประโยชน์ในการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์
วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2550
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น